ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน หลังเจ๊ากันแบบโนสกอร์

ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน

ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน หลังเจ๊ากันแบบโนสกอร์ 0-0 ในยกที่ 2 ตัดเชือกเข้าชิงกับ อินโดฯ !!

 

ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน

ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน ในรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 “ทัพดาวทอง” ทีมชาติเวียดนาม สุดปัญญาจะหาโอกาสเข้าทำประตู เพื่อตามทวงคืน จากที่นัดแรก เมื่อ 3 วันที่แล้วนั้น “ทัพแข้งเหงียน” พ่าย “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทยไป 0-2

นัดนี้ต้องการเอาชนะไทย ด้วยผลต่างประตู 3 ลูกขึ้นไป แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่หวัง ทำได้แค่เสมอ แบบไม่มีประตูเกิดขึ้น

จึงทำให้ เวียดนามนั้น อดเข้าไปรักษาแชมป์ ตกรอบรองฯ อย่างหมดลุ้น  แบบไม่สามารถทำอะไรไทยได้เลย จบ 90 นาที ทั้ง 2 ทีม เสมอกันแบบโนสกอร์ 0-0 ในเรกที่ 2  ทีมชาติไทย เข้าไปพบกับ “ทัพการูด้า” ทีมชาติอินโดนิเซีย รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564 และนัดที่ 2 ในวันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565

ศึกฟุตบอลอาเซี่ยน คัพ หรือ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” รอบรองชนะเลิศ เรกที่ 2

ในแมตช์วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2564 ณ สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ สิงคโปร์ เนชั่นแนล สเตเดียม เวลา 19.30 น. ทุ่มครึ่งตามเวลาประเทศไทย

คู่ระหว่าง ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับแชมป์เก่าในปี 2018 พลพรรค “ดาวทอง” ทีมชาติเวียดนาม โดยผลการแข่งขันเลกแรกเป็นทัพ “ช้างศึก” เป็นฝ่ายถือความได้เปรียบ เอาชนะแบบสบายๆ มาได้ก่อน 2-0

  • อาหมัด ยาคุป อิบราฮิม กรรมการชาวจอร์แดน เป็นผู้ตัดสินในเกมส์นี้

ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในการคุมทัพของ มาโน่ โพลกิ้ง ยังคงมาในระบบ 4-4-2 ทำการปรับทัพเล็กน้อย โดยทำการเปลี่ยน 2 ตำแหน่งจากเกมแรก ส่ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ออกสตาร์ตตัวจริง แทนในรายของ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ดาวเตะสังกัดเลสเตอร์ ในพรีเมียร์ลีก

เช่นเดียวกับทาง “เจ้ามิ๊กกี้” ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ ได้รับโอกาสลงตัวจริงแทนที่ของ “เจ้าเช็ค” สุภโชค สารชาติ

นอกนั้นยังคงแกนหลักจัดเต็มนำโดย “กัปตันเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน และศูนย์หน้าของทีมอย่า ธีรศิลป์ แดงดา ลงล่าตาข่ายในเกมนี้

ฝั่งทัพ “ดาวทอง” ทีมชาติเวียดนาม แชมป์เก่ารายการนี้ เมื่อปี 2018 โดย ปาร์ค ฮัง ซอ คุมบังเหียน ยังคงมาในแผน 3-5-2 ในเกมนี้นั้นได้เปลี่ยนขุมกำลังถึง 5 ตำแหน่งจากเกมนัดแรก

โดยวันนี้จะขาด โด ดุย มานห์ เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักในเกมนี้ จะพลาดการลงสนามเนื่องจากบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ หลังเข้าปะทะหนักกับ ศุภชัย ใจเด็ด จากเกมที่ผ่านมา ส่วนอีก 4 รายทั้ง เหงียน ตวน อันห์, เหงียน วัน ตวน, วู วาน ตัน และเหงียน คอง เฟือง มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น

ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน Start เริ่มเกมส์

ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน

เป็นทางฟั่งเวียดนาม ที่พยายามเปิดเกมรุกใส่ฝั่งไทย เพื่อรีบทวงประตูคืนจากที่ตามหลังมา 2 ประตูจากนัดแรก นาทีที่ 4 เวียดนาม เกือบได้ประตูออกนำเร็ว จากจังหวะชุลมุนในกรอบเขตโทษ ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง เหงียน เทียน ลินห์ ได้ยิงเต็ม ๆ ในกรอบเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว ฉัตรชัย บุตรพรม รับเอาไว้ได้ไม่ยากเย็น

เวียดนามยังเป็นฝ่ายที่พยายามที่จะ รำเรียงบอลขึ้นเกมส์รุก เพื่อหาประตูแรก แต่ทางทัพ “ช้างศึก” ยังใช้ความเก๋าคุมเกมส์ในแดนกลาง จนถึงแนวรับไว้อย่างดี ซึ่งเป็นงานยากมาก ที่ทัพนักเตะเหงียน จะเจาะเพื่อเข้าไปทำสกอร์แรกก่อนได้

นาทีที่ 28 จังหวะที่ เหงียน กวง ไฮ ตัดบอลขึ้นมาจากแดนตัวเอง และเป็น “เจ้าบอย” ฉัตรชัย บุตรพรม วิ่งออกมานอกเขตโทษได้เร็วกว่า และเคลียร์บอลทิ้งได้ก่อน เหงียน เทียน ลินห์ ศูนย์หน้าตัวเป้าของเวียดนาม จะเข้าบอลมาถึง

อย่างไรก็ตามจากจังหวะนี้ทำให้ ฉัตรชัย บุตรพรม มีอาการบาดเจ็บบริเวณเข่าต้องปฐมพยาบาล ก่อนจะเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องเปลี่ยน “เจ้าแชมป์” ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน จากทัพ บุรีรัมย์๋ ยูไนเต็ด ลงมาเฝ้าเสาแทน ในนาทีที่ 33

เวลาล่วงเลยไปจนจบ 45 นาทีแรก แต่ต้องทดเวลาบาดเจ็บนานถึง 6 นาที เพราะในกรณีช่วงเวลาที่ต้องพักปฐมพยาบาล ฉัตรชัย และในนาทีสุดท้าย “โก๋อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน เติมมาตะบันด้วยซ้ายในกรอบยัดเสาแรก ไปติดเซฟ ตราน เหงียน มันห์ ปัดออกหลังไป

ไทย จัดส่งเหงียน กลับบ้าน

จบครึ่งแรกยังทำไรกันไม่ได้เสมอกันไป 0-0 ใน 45 นาทีแรก โดยรูปเกมของ เวียดนาม หาโอกาสยิงได้ 7 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ไทยครองบอลมากกว่า 59-41 เปอร์เซนต์ โอกาสยิง 3 ครั้่ง เข้ากรอบ 1 ครั้ง

มาโน โพลกิ้ง แก้เกมส์

เปลี่ยน 2 คนส่ง เอเลียส ดอเลาะ และ ธนวัฒน์​ ซึ้งจิตถาวร ลงมาแทน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ ก่อนเริ่มครึ่งหลัง พร้อมปรับมาใช้เซ็นเตอร์แบ็ค 3 ตัว ในสูตร 3-5-2 เพื่อใช้วิงแบ็ค 2 ข้างเติมเกมรุกมากขึ้น

ในนาทีที่ 58 ธีราทร บุญมาทัน ไปทำฟาวล์ เหงียน กวง ไฮ เจอใบเหลืองไป ทำให้ถ้าไทยผ่านเข้าชิงชนะเลิศจะทำให้ “โก๋อุ้ม” ธีราทร นั้นจะติดโทษแบนชวดลงเล่นในนัดแรก

นาทีที่ 68 ทีมชาติไทย เปลี่่ยนตัวคนที่ 4 ส่ง ปกเกล้า อนันต์ ลงมาอัดแดนกลางแทนที่ “เจ้าตังค์” สารัช อยู่เย็น ในแผงมิดฟิลด์ทัพ “ช้างศึก” ในช่วง 20 นาทีสุดท้ายนั้น เกมรุกของทัพ “ดาวทอง” เริ่มจะออกอาการตื้อๆ ไปเหมือนกัน

ทีมชาติไทย ส่ง ศุภชัย ใจเด็ด ลงมาแทน ธีรศิลป์ แดงดา ในนาที 82 แต่เวียตนาม ก็ยังคงหาทางเจาะเกมรับไทย เพื่อหาประตูแรกนั้น ยังไม่สำเร็จในเวลาที่เหลือ ทำให้จบ 90 นาที เวียดนาม ทำได้แค่เสมอ ไทย ไป 0-0

รวมผล 2 นัด ไทยชนะด้วยสกอร์รวม 2-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ พลพรรคทัพ “การูด้า” ทีมชาติอินโดนีเซีย

โดยนัดแรกจะเตะกันในวันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564 และนัดที่ 2 จะทำการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 โดยทั้ง 2 นัดนั้น จะแข่งขันกันที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ เวลา 19.30 น. ทุ่มครึ่งตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD

แคง เดอะ คองเคอเรอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น